Skip to content
Fintrix Markets

เลือกตั้งวันอังคาร จับตาจ้างงานวันศุกร์

Fed พักขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อน แต่เรามองชัดเจนว่าการพักครั้งนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ที่ประชุมมีมติ 10-2 เสียงให้คงดอกเบี้ยที่ 3.75% - 4.00% ขณะที่ราคาฟิวเจอร์สยังสะท้อนโอกาส 82% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ข้อมูลเศรษฐกิจก็สนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ทั้ง GDP ไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 3.4% และ PCE พื้นฐานเดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้น 0.3% สัปดาห์นี้มี 2 ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนการคาดการณ์เดือนธันวาคมในคนละด้าน ปัจจัยแรกคือการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันอังคาร ผลเลือกตั้งจะกำหนดบริบททางการเมืองของนโยบายการคลัง การค้า และพลังงานในปี 2570 อีกปัจจัยคือรายงานจ้างงานวันศุกร์ ซึ่งเป็นตัวเลขจ้างงานครั้งสุดท้ายก่อนการประชุม Fed เดือนธันวาคม

รับชมวิดีโอ Week Ahead ของสัปดาห์นี้

ย้อนดูปัจจัยก่อนเข้าสัปดาห์นี้

ผลประกอบการล่าสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสร้างความเคลื่อนไหวอย่างมาก Microsoft รายงานการเติบโตของ Azure ราว 48% พร้อมกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก ช่วยให้ราคาหุ้นยังยืนได้ ส่วน Alphabet หรือ Google รายงานรายได้ Google Cloud เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า แต่กระแสเงินสดติดลบราว $9.1 พันล้าน ส่งผลให้หุ้นร่วง 12.6% หนักที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ด้าน Amazon มี AWS เติบโต 39% แต่กำไรต่ำกว่าเป้าหมาย และกระแสเงินสดอิสระติดลบอย่างมาก ภาพนี้ไม่ต่างจาก META ในสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดให้รางวัลกับการลงทุน AI ที่สร้างเงินกลับมารองรับรายจ่ายได้ และลงโทษการลงทุนที่ยังทำเช่นนั้นไม่ได้

ประเด็นที่ 1: อะไรจะเปลี่ยนหลังวันอังคาร

ตลาดจะซื้อขายตามนัยของผลเลือกตั้งกลางเทอมที่มีต่อทิศทางนโยบายหลังจากนั้น

การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะตัดสินว่าใครคุมสภาทั้งสองของสหรัฐฯ ซึ่งจะกำหนดแนวโน้มการใช้จ่ายและการกู้ยืมของรัฐบาล นโยบายภาษีศุลกากร พลังงาน รวมถึงกฎกำกับภาคเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้น อีกด้านคือตลาดพันธบัตร ซึ่งมีคำถามหลักอยู่ที่ทิศทางการคลัง สัญญาณใดที่ชี้ว่ารัฐบาลจะขาดดุลมากขึ้น ย่อมหมายถึงปริมาณพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจัยนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวยังอยู่ใกล้ 5%

อีกมิติคือภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าเจรจากับอิหร่านผ่านกาตาร์และรองประธานาธิบดี Vance แต่ก็มีรายงานว่าอาจกลับมาโจมตีอีกครั้งหลังเลือกตั้ง หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นหลังวันอังคาร ก็น่าจะกระทบตลาดพลังงานที่ตึงตัวอยู่แล้ว และส่งผลต่อการตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคม

ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพทั้งหมด: ผลเลือกตั้งที่ตลาดตีความว่าจะนำไปสู่การขาดดุลมากขึ้น หรือการยืนยันปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหลังเลือกตั้ง อย่างใดอย่างหนึ่งจะผลักดันทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวและราคาน้ำมันให้สูงขึ้นในสัปดาห์เดียวกัน

ประเด็นที่ 2: แรงงานอ่อนแอพอให้หยุดขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค. หรือไม่

คำถามนี้จะชี้ขาดการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม และข้อมูลสัปดาห์นี้จะให้คำตอบครบทุกด้าน ตัวเลขจ้างงานเดือนกันยายนดึงค่าเฉลี่ย 3 เดือนลงมาเหลือราว 50,700 ตำแหน่ง อัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.2% และค่าจ้างรายชั่วโมงเพิ่มเพียง 0.1% ตลาดคาดว่าการจ้างงานเดือนตุลาคมจะอยู่ราว 55,000-65,000 ตำแหน่ง โดยอัตราว่างงานทรงตัวเท่าเดือนกันยายน ก่อนรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร สัปดาห์นี้ยังมีข้อมูลสำคัญทยอยออกมา ได้แก่ ตำแหน่งงานว่าง JOLTS วันอังคาร ข้อมูล ADP วันพุธ และประกาศลดตำแหน่งงานของ Challenger พร้อมยอดขอรับสวัสดิการว่างงานวันพฤหัสบดี ยอดขอรับสวัสดิการยังต่ำ โดยค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ต่ำกว่า 200,000 ราย นี่เป็นอีกเหตุผลที่ Fed มองข้อมูลเดือนกันยายนว่าเป็นความผันผวนชั่วคราว

ยังมีอีก 2 เรื่องที่ต้องติดตาม เรื่องแรกคือรายงานภาคการผลิต ISM วันจันทร์ ย้อนดูเดือนกันยายน ดัชนีรวมแข็งแกร่งที่ 54.5 แต่ดัชนีราคาที่ผู้ผลิตจ่ายอยู่ที่ 77.9 สะท้อนว่าต้นทุนพลังงานยังส่งผ่านถึงภาคโรงงาน อีกเรื่องคือแรงกดดันต่อครัวเรือน ค่าจ้างที่แท้จริงติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพราะราคาสินค้าเพิ่มเร็วกว่าค่าจ้าง ปัจจัยนี้ยังกดดันความต้องการของผู้บริโภค แม้ตัวเลขภาพรวมจะเติบโตแข็งแกร่ง

ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพนี้: รายงานจ้างงานต่ำกว่า 50,000 ตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมอัตราว่างงานสูงกว่า 4.2% และตัวเลขปรับทบทวนที่อ่อนแอ ภาวะเช่นนี้จะทำให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยได้ยากมากท่ามกลางตลาดแรงงานที่ชะลอตัว และอาจทำให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมลดลงอย่างมาก

ประเด็นที่ 3: ตลาดยังให้มูลค่ากับ AI ของใคร

ผลประกอบการสัปดาห์ก่อนแบ่งเส้นชัดเจนระหว่างบริษัท AI ที่เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินสดได้ กับบริษัทที่ยังต้องระดมทุนเพิ่มเพื่อผลตอบแทนในอนาคต สัปดาห์นี้จะทดสอบเส้นแบ่งดังกล่าวอีกครั้งจากมุมที่ต่างออกไป Apple รายงานผลประกอบการวันจันทร์ เป็นไตรมาสแรกภายใต้ CEO คนใหม่ John Ternus บริษัทหลีกเลี่ยงการลงทุน AI มูลค่าสูงแบบคู่แข่ง จึงเป็นแหล่งพักเงินในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเน้นความต้องการ iPhone ต้นทุนหน่วยความจำ และการใช้งาน Apple Intelligence อีกบริษัทที่รายงานวันจันทร์คือ Palantir ซึ่งเป็นบททดสอบตรงที่สุดว่านักลงทุนยังยอมให้มูลค่าส่วนเพิ่มกับการเติบโตของซอฟต์แวร์ AI หรือไม่ วันอังคารเป็นคิวของ AMD และ Qualcomm ตามด้วย Arm วันพุธ บริษัทเหล่านี้จะให้ภาพด้านอุปทานชิป หลังผลประกอบการที่ย่ำแย่ของ Intel และเดือนตุลาคมที่หนักหน่วงสำหรับกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ผู้ผลิตชิปเป็นผู้รับประโยชน์หลักจากการใช้จ่ายของผู้ให้บริการ hyperscaler ซึ่งปีนี้อยู่ราว $800 พันล้าน คำถามคือแนวโน้มธุรกิจที่บริษัทให้ไว้จะส่งสัญญาณว่าลูกค้าชะลอการใช้จ่ายหรือไม่

ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพนี้: AMD หรือ Qualcomm ให้แนวโน้มความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างระมัดระวัง นี่จะเป็นสัญญาณแรกว่าแรงกดดันจากตลาดต่อกระแสเงินสดของผู้ให้บริการ hyperscaler เริ่มส่งผลย้อนกลับไปถึงคำสั่งซื้อชิป ประเด็นถกเถียงเรื่อง AI จะเปลี่ยนจากวินัยการใช้จ่ายไปเป็นความต้องการที่ชะลอลง

ตัวเลขเดียวที่ต้องจับตา

ตัวเลขที่ต้องจับตาวันศุกร์คืออัตราว่างงาน ไม่ใช่ยอดจ้างงานพาดหัว กรรมการ 2 คนที่ลงมติต่างต้องการขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว หากข้อมูลแข็งแกร่งอีกเดือน การขึ้นดอกเบี้ยธันวาคมก็แทบจะเหลือเพียงขั้นตอนยืนยัน แต่หากอัตราว่างงานเพิ่มถึง 4.3% หรือสูงกว่า จะสะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแอควบคู่กับค่าจ้างที่แท้จริงที่ติดลบ นี่คือผลลัพธ์ที่จะให้เหตุผลหนักแน่นแก่ Kevin Warsh ในการคงดอกเบี้ย

เหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้

ปฏิทินเศรษฐกิจประจำสัปดาห์

2 – 6 พ.ย.
วันที่เวลา (UTC)ประเทศเหตุการณ์
จันทร์ 0214:45USPMI ภาคการผลิต (ต.ค.)
อังคาร 0303:30AUผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย RBA (พ.ย.)
อังคาร 0315:00USตำแหน่งงานว่าง JOLTS (ก.ย.)
พฤหัส 0512:00GBผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย BoE (พ.ย.)
ศุกร์ 0613:30USการจ้างงานนอกภาคเกษตร (ต.ค.)

วันที่และเวลาถูกต้อง ณ เวลาที่เผยแพร่ ดูปฏิทินเศรษฐกิจฉบับเต็ม

นำหน้าตลาด

เทรด CFDs ในฟอเร็กซ์, ทองคำ, ดัชนี และอื่น ๆ โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกของตลาดล่าสุดจาก Fintrix Markets

การวิเคราะห์ตลาดที่เกี่ยวข้อง